
รัสเซลล์ เวสต์บรู๊ค การ์ดพลังเดือดแห่งยุค ได้ประกาศอำลาวงการบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการในวัย 37 ปี ปิดฉากเส้นทางใน NBA ที่ยาวนานถึง 18 ฤดูกาล ผ่านวิดีโอประกาศบนโซเชียลมีเดียซึ่งมี ไมเคิล บี. จอร์แดน เป็นผู้บรรยาย ถ่ายทอดภาพช่วงเวลาสำคัญตลอดอาชีพของเขาอย่างทรงพลังและสะเทือนอารมณ์
เวสต์บรู๊คถูกดราฟต์เป็นอันดับ 4 ในปี 2008 และฝากผลงานเด่นกับโอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ นาน 11 ฤดูกาล โดยจุดสูงสุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2016/17 เมื่อเขาคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP ของลีก นอกจากนี้ เขายังติดทีม All-NBA First Team 2 ครั้ง เป็นผู้นำการทำคะแนน 2 ฤดูกาล และเป็นผู้นำด้านแอสซิสต์อีก 3 ฤดูกาล พร้อมจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ด้วยสถิติทริปเปิล-ดับเบิลสูงสุดตลอดกาล 209 ครั้ง และการทำทริปเปิล-ดับเบิลเฉลี่ยตลอดทั้งฤดูกาลถึง 4 ครั้ง ขณะที่ตัวเลขแอสซิสต์ปิดอาชีพที่ 10,351 ครั้ง ทำให้เขารั้งอันดับ 5 ตลอดกาลของ NBA
แม้ตลอดอาชีพจะมีเสียงวิจารณ์เรื่องการเลือกจังหวะยิง การตัดสินใจ และประสิทธิภาพการยิงสามแต้ม แต่เวสต์บรู๊คยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างอิทธิพลมากที่สุดทั้งในและนอกสนาม ฤดูกาลสุดท้ายกับซาคราเมนโต คิงส์ เขาลงเล่น 64 เกม เป็นตัวจริง 58 นัด ทำเฉลี่ย 15.2 คะแนน และ 6.7 แอสซิสต์ต่อเกม ขณะเดียวกัน เขายังทิ้งผลงานด้านแฟชั่น ธุรกิจ และงานเพื่อสังคมผ่าน Russell Westbrook Why Not? Foundation และ Russell Westbrook Enterprises ทำให้การรีไทร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุดจบของอาชีพนักบาส แต่ยังเป็นการเปิดทางสู่บทต่อไปของตำนานคนสำคัญในวงการ NBA